ดูหนังใหม่ The Bubble (2022)

 

เพียงแค่ได้ยินว่านี่ได้ผลงานปัจจุบันของเจ้าพ่อภาพยนตร์ตลกที่ทศวรรษ จัดด์ แอพะทาว” ที่กลับมาสร้างภาพยนตร์อย่างเอาจริงเอาจังอีกรอบในรอบ 6-7 ปี เขากลับมาในสมัยที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์รวมทั้งเรื่องราวต่างๆที่จิกกัดแซะได้มาก เปลี่ยนออกมาเป็น “The Bubble” ภาพยนตร์ตลกร้ายรวมศิลปิน ที่บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่เสียดสีเกือบจะทุกประโยคและก็ทุกอณู แม้ว่าจะเป็นหนังที่พวกเรามิได้รู้จัก แม้กระนั้นพวกเราก็ไม่เคยรู้สึกเกลียดชังหนังหัวข้อนี้เหมือนกัน

The Bubble กล่าวถึงเรื่องราวความอลหม่านของกรุ๊ปดาราหนังระดับซุปตาร์ที่จะต้องกลับมารวมตัวกันใน เดอะ บับเบิ้ล สตูดิโอและก็บังกะโลกักกันตัวในการถ่ายทำภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟภาคต่อที่เป็นแฟรนไชส์อันมีคุณค่า อย่าง “คลีฟบีสต์ 6″ ท่ามกลางแรงกดดันอย่างใหญ่โตจากทั่วทิศทาง หากว่าถ่ายทำไม่จบก็คือเจ๊งและก็เป็นจุดขึ้นต้นของการดับสูญของแวดวงภาพยนตร์ แต่ว่าก็จะต้องปวดประสาทกับการต่อกรของพวกซุปตาร์มากเรื่อง…!

บอกตรงๆเลยว่าหนังหัวข้อนี้ประหนึ่งว่าปฏิบัติภารกิจปล่อยอะไรหลายอย่างของแวดวงฮอลลิวูดในตอนที่จำต้องผ่านความยุ่งยากของวัววิด-19 ก่อนหน้าที่ผ่านมา แน่ๆว่าวงการภาพยนตร์ก็ถือได้ว่าเป็นอีกอุตสาหกรรมที่ได้รับผลพวงไม่น้อยจากโรคระบาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากกองถ่ายไม่สามารถที่จะดำเนินงานได้ตามเดิม มีเงื่อนไขต่างๆมากขึ้นมา แล้วก็งบประมาณกับพันธะมากเพิ่มขึ้น มันเลยกลายมาเป็นใจความสำคัญที่เอามาขมวดใส่ไว้ภายในหนังประเด็นนี้ได้อย่างแสบสันต์

แน่ๆว่า จัดด์ แอพะทาว มารับหน้าที่อีกทั้งดูแลรวมทั้งเขียนบทหนังด้วยตัวเองราวกับผลงานก่อนของเขา แล้วก็เขาก็ยังคงพกเสน่ห์ความขบขันร้ายรวมทั้งเสียดสีแบบเจ็บแสบที่ชอบทำได้ไปถึงเป้าหมายอยู่เรื่อยมาใส่ไว้ในหนังประเด็นนี้ด้วย จะว่าไป The Bubble เป็นหนังที่เสียดสีเรื่องวัววิด-19 แล้วก็แวดวงฮอลลิวูดไปพร้อม เปลี่ยนเป็นความเบิกบานใจแบบไปสุดทางสไตล์จัดด์ แอพะทา

ถึงแม้สิ่งที่ The Bubble แออัดยัดเยียดและก็ใส่เข้ามานั้นจะมากเยอะไปหมด แม้กระนั้นมันเปลี่ยนเป็นความเยอะแยะแล้วก็ความล้นที่ยังเป็นความสนุกสนานได้อยู่บ้าง คอนเซ็ปต์ของหนัง คลีฟบีสต์ 6 ที่ใช้เป็นเบื้องหลังของหนังประเด็นนี้ มีส่วนผสมที่เสียดสีจิกกิดระบบของหนังแฟรนไชส์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Jurassic World, Star Wars หรือ หนังในจักรวาลมาร์เวล เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีอะไรให้กล่าวใส่ได้ไม่ยั้ง ดูหนังออนไลน์มาใหม่

หากว่ามุกเฮฮาใน The Bubble จะมีนานัปการต้นแบบ ทั้งยังขบขันแสบสันต์ไปจนกระทั่งเฮฮาจัญไร แม้กระนั้นหลายมุกก็ทำให้พวกเรารู้สึกว้าวและก็ชะงักในขณะเดียวกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นพวกมุกเสียดสีเกี่ยวกับวัววิด-19 ที่ใส่เข้ามาได้ตรงแล้วก็จึกทุกใจความสำคัญที่ชาวโลกได้สัมผัสกันมาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมารการกักกันโรค การตรวจค้นเชื้อ แล้วก็การทำงานแบบ New Normal ถือว่าเป็นใจความสำคัญที่เข้ายุคทันสมัยอย่างดีเยี่ยม

กลุ่มผู้แสดงของหนังหัวข้อนี้ก็จัดว่ายอดมาก ทุกคนเป็นผู้แสดงมือโปรจริงๆไม่ว่าจะเป็น ค้างเรน กิลเลน“, “เปโดร ขว้างติดอยู่ล”, “คีแกนไมเคิล คีย์“, “เลสีลย์ มานน์”, “เดวิด มองคอฟนี” และก็ ไอริส แอพะทาว” นี่ยังไม่รวมเหล่าผู้แสดงรับเชิญอีกมาก ที่โผล่เข้ามาคนละซีนมาเป็นสีสันให้กับหนังหัวข้อนี้ ถือได้ว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสีสันแบบจุกอย่างยิ่งจริงๆ

ถึงในรูปภาพรวมแล้วนั้น The Bubble จะเป็นหนังที่สะเปะสะปะไม่น้อย แม้กระนั้นพวกเขาก็มีหัวข้อที่ออกจะแจ่มแจ้งและก็รู้จักความจำเป็นติดต่ออย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ในช่วงท้ายของหนังจะออกจะบียอนด์ไปสักนิดสักหน่อย บางครั้งอาจจะมองสกปรกไปสักนิด แม้กระนั้นหนังก็ยังคงก้าวถัดไปได้เรื่อยและก็สามารถหักเลี้ยวมาปิดจบได้อย่างพอดีแบบน่าแปลก

โดยภาพรวมแล้ว The Bubble ก็ไม่ใช่หนังที่ดีแล้วก็เพอร์เฟคอะไร แม้กระนั้นก็ไม่ถึงกลับกลายที่ตกอับน่ารังเกียจอะไรขนาดนั้น เป็นหนังที่ยังมาสร้างความรื่นเริงใจให้กับผู้ชมได้ในระดับที่ถูกใจ ดาราหนังทุ่มเทกับหน้าที่ของพวกเขาแบบสุดขั้วในจำพวกที่ไม่เคนมองเห็นมาก่อนด้วย ช่วงเวลาที่ จัดด์ แอพะทาว ก็ยังคงเส้นคงจะวากับสไตล์แนวทางการทำหนังของเขา ถึงแม้ว่าดีกรีความสามารถจะลดหลั่งลงไปบ้าง แต่ว่าก็ยังรักษามาตรฐานภาพยนตร์ตลกของเขาเอาไว้ได้ดิบได้ดีถูกใจอยู่

Related Posts

วิจารณ์หนัง Our Father พ่อของเรา

ช่างเป็นอะไรที่เหมาะเหม็งกันแบบนี้ ในตอนที่บ้านกำลังมีความสนใจอยู่กับเรื่องราวฉาวโฉ่ของลัทธิแปลกๆที่ให้ความนับถือบุคคลหนึ่งที่ชื่นชมให้กับเป็นเสมือนหัวหน้าผู้ให้กำเนิด ทางโลกภาพยนตร์ก็ส่งหนังสารคดีเรื่องปัจจุบันที่ออกมาเผยความประพฤติอันน่าฉงนของสมัยก่อนบุคคลามือทางด้านการแพทย์ที่เคยทำให้เกิดปัญหาเอาไว้ได้อย่างน่าอดสู ด้วยการผลิตโครงข่ายสืบสายเลือดของตนเอง เปลี่ยนออกมาเป็น “Our Father” (บิดาของพวกเรา) ที่ออกมาเผยโฉมความทุกข์ใจของคนกรุ๊ปใหญ่ที่พึ่งจะมาประจันหน้ากับข้อเท็จจริงที่ว่า…บิดาที่จริงจริงของเขาไม่ใช่บิดาผู้ที่รู้จักดี

หนังมาใหม่ Seoul Ghost Stories ผีดุสุดโซล

ไม่ต้องพูดรำพันอะไรให้ยืดยาว บอกตรงๆจากซื่อสัตย์จริงก็คือ Seoul Ghost Stories ผีดุสุดโซล ค่อนข้างจะน่าผิดหวัง ในแง่หนังประเด็นนี้ทำให้พวกเราได้มีความคิดเห็นว่าสมรรถนะกระบวนการทำหนังผีความสามารถประเทศเกาหลีค่อนข้างจะตกลงไปเยอะแยะ ในขณะที่นี่เป็นผู้ริเริ่มตำนานผีมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ตู้หลบซ่อนผี หรือ โรงหมอสุดเฮี้ยน แต่ว่าหัวข้อนี้แม้ว่าจะยัดมาเป็น 10 เรื่อง ก็ไม่สามารถที่จะจูงใจผู้ชมได้สักเรื่อง ถึงกับได้ยินผู้ชมรอบเดียวกันพร่ำบ่นพึมๆพำๆพาว่า “ตอนกลางเรื่องเป็นพวกเราหลับไปแล้ว…”

ตัวอย่างหนัง American Underdog

“แซคารี ลีวาย” ที่มาเล่นบทเป็นตำนานตัวจริงของหนังหัวข้อนี้ ก็นับว่าแบกรับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบได้ค่อนข้างจะดี เขาสามารถพยุงหนังอีกทั้งหัวข้อนี้เอาไว้เพียงผู้เดียวได้อย่างไม่นักหนาอะไร แม้การแสดงของเขาก็อยู่ในระดับมาตรฐานทั่วๆไป เขาให้การแสดงที่ดีอย่างถูกใจ แต่ว่าไม่มีอะไรที่เด่นออกมาเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าบทราบเรียบของหนังมิได้ส่งให้ไปได้ถึงจุดนั้น เหมือนกันกับ “แอนทุ่งนา แพควิน” ที่จัดว่าแปลงโฉมตนเองให้เช่นเดียวกับค้างแรกเตอร์ตัวจริงอย่างใกล้เคียง ไว้วางใจกับการแสดงของคุณผู้นี้ได้เลย คู่นี้ส่งบทกันไปๆมาๆได้อย่างพอดีอีกทั้งเรื่อง แม้ว่าจะเป็นหนังดราม่ากีฬา แต่ว่าส่วนประกอบหลักของหนังหัวข้อนี้เป็นการเผยชีวิตมากยิ่งกว่า

หนังแนะนำ GOLD ทองกู

มาถึงคิวหนังตื่นเต้นเอาชีวิตรอดลำพังจากธรรมชาติ เป็นหนังแนวที่มีคนอีกจำนวนไม่น้อยติดอกติดใจรวมทั้งฝั่งฮอลลิวูดก็ชอบสร้างออกมาเสิร์ฟให้เลือกดูกันเรื่อยครั้งนี้เป็นตาของ “GOLD ทองคำฉัน” หนังที่ได้ผู้แสดงนำชายสุดหล่อ “แซค เอฟรอน” มาปล่อยของแล้วก็ท่าทางการแสดงแบบยืนโดดเดี่ยวกึ่งกลางทะเลทรายอันแล้ง เพื่อต่อสู้กับธรรมชาติอันชั่วร้ายรวมทั้งจิตไร้สำนึกของตน ที่คงจะทารุณโหดร้ายมากกว่าสิ่งอื่นใดเลย

ดูหนัง 365 Days: This Day

  มาถึงหนังภาคต่อที่คนทั่วทั้งโลกคอย(หรือไม่?) กับอีโรติกสุดรุ่มร้อนที่ทศวรรษที่ปัดกวาดยอดทิวทัศน์ได้อย่างมากมาย กลับมากับภาคใหม่ที่ชื่อว่า “365 Days: This Day” ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเย้ายวนแล้วก็กลิ่นคาวรสนิยมทางเพศที่ตกระกำลำบากอีกเหมือนปกติ ดาราหนังและก็คณะทำงานชุดเดิมยังคงกลับมาสืบต่อ เรื่องราวก็ขยายออกไปกว้างเพิ่มขึ้น กับนักแสดงใหม่ๆเยอะ เพียงแต่ว่า…มันช่วยสนับสนุนหรือบ่อนทำลายหนังประเด็นนี้ให้ดำตรงลงไปกันนะ 365 Days: This Day เล่าราวตลอดจากภาคที่แล้ว ความรักรวมทั้งความเกี่ยวพันของ เลาร่า กับ มัสสิโม สนิทแน่นเพิ่มขึ้นกว่าที่เคย พวกเขาได้เริ่มดำเนินชีวิตแต่งงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าความลับที่ยังแอบอยู่เกี่ยวกับสายสัมพันธ์เชื้อสายมัสสิโม กับชายลึกลับที่เผยตัวขึ้นแล้วก็ได้สร้างความสับสนสำหรับการเรียกร้องตามหัวใจของเลาร่า ยิ่งทำให้ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ผูกปมทับถมให้สลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น ถ้าหากจะเปรียบเทียบกับภาคที่แล้ว ก็น่าจะจำเป็นต้องกล่าวว่าหนังมีเส้นเรื่องที่เพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆมากมาย เพียงแค่เส้นเรื่องที่ใส่เข้ามานั้นช่างไม่มีน้ำหนักและไม่ได้มาช่วยเติมเต็มให้กับหนังประเด็นนี้เลยแม้กระทั้งนิด ภาคนี้มิได้จุดโฟกัสอยู่เพียงแค่ความรุ่มร้อนระหว่าง เลาร่า กับ มัสสิโม อีกต่อไปแล้ว มีตัวละครใหม่เสริมกองทัพเข้ามาอีกเยอะแยะ รวมทั้งตัวหนังก็ยังค่อนข้างจะล้มเหลวสำหรับในการสร้างมิติให้กับผู้แสดงนั้นๆกลายใส่เข้ามาให้รู้สึกรำคาญมากยิ่งกว่าเดิม รายละเอียดของ 365 Days: This Day กลับยัดเยียดข้อหาน้ำเสีย เพิ่มกลิ่นความเหม็นกระจายเข้ามาเป็นเท่าตัว เค้าเรื่องจริงๆมีแค่เพียงจับมือเดียว แล้วก็เป็นสิ่งที่ผู้ชมที่มีพื้นฐานของละครไทยก็สามารถทายใจได้ตั้งแต่เริ่ม ซึ่งแน่ๆว่าเงื่อนหัวข้อต่างๆคราวเพิ่มเข้ามานั้นมองเป็นละครข้างหลังข่าวสารมากมายไปสักนิดสักหน่อย เป็นชนวนที่ทำให้ภาคนี้มิได้ทำให้มีอะไรน่าลุ้นและก็มีสิ่งที่ตรึงตราได้เท่ากว่าภาคที่แล้ว ในขณะที่ก็มิได้เป็นหนังที่ดีอะไรอะไร การแสดงของของ “มิคาเอล มอร์โรน” แล้วก็ “อันท้องนา มาเรีย เชกลุกก้า” ก็มิได้ให้ความแปลกใหม่อะไร ซ้ำยังมองเห็นด้วยว่า พวกเขามองบอบช้ำหมองลงรวมทั้งไม่มีความสดใหม่แบบที่เคยเห็นในภาคที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ตอนที่ดาราหนังคนอื่นที่เพิ่มเข้ามา อย่าง “สิความนิ่ง ซูสินอา” หรือ “แม็กดาเลน่า ลัมพาร์ก้า” ก็ไม่อาจจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งกับตัวหนังได้อะไร พวกเขาเป็นไปได้แค่เพียงนักแสดงที่เพิ่มเสริมเข้ามาให้เต็มเพียงแค่นั้น รวมทั้งแน่ๆว่า 365 Days: This Day ยังคงเต็มไปด้วยไดอะล็อก หรือ บทสำหรับพูดแปลกๆที่ถือโครงมาจากนิยายน้ำเสียราวกับมิได้ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไข “ฉันมิได้สวมกางเกงใน” ประโยคแรกที่เปิดเรื่องขึ้นมา…ก็ทำให้เกิดความรู้สึกอิหยังวะได้พอควร ไหนควรต้องมาพบประโยคกล่าวเลียนๆราวกับแกะภาษาวรรณกรรมมาใช้ รวมกับลีลาท่าทางการแสดงดึงดูดใจประดิษฐ์ประดอยของดารา ที่ยิ่งทำให้หนังประเด็นนี้มองตลกมากขึ้นไปเรื่อย 365 Days: This Day ให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับนั่งมองมิวสิควิดีโอเพลงยั่วๆเพลงหนึ่งที่มีความยาวกว่าธรรมดา เป็นมิวสิควิดีโอของพวกคู่ควงเครือญาติคนมั่งมีสร้างขึ้นมาเพื่ออวยความมั่งมีของตน ทั้งยังภาพรวมทั้งโปรดักชั่นต่างๆชักชวนให้ใคร่ครวญไปถึงอะไรอย่างนั้น ฉากโรแมนติกต่างๆแปลงเป็นความย้วยและก็สโลโมชั่นแบบเกินจำเป็น รวมทั้งที่จำเป็นถือการใส่เพลงประกอบเข้ามาในหนัง ใส่เข้ามามากมายเหมือนปกติ เยอะแยะจนกระทั่งมีความรู้สึกว่าเกินจำเป็นไปด้วย และก็เป็นเพลงที่มิได้กับโทนอารมณ์ของหนังสักเท่าไหร่ด้วย มาถึงสิ่งที่คนไม่ใช่น้อยคงจะใคร่รู้ว่า 365 Days:…

รีวิว SLR กล้อง ติด ตาย

  มาต่อคิวกันด้วยอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทย ที่ในเวลานี้เสิร์ฟต่อเนื่องกันทุกอาทิตย์อย่างยิ่งจริงๆ ปัจจุบันติดเทรนด์ฮอตตั้งแต่วันแรกกับ #ชวนดูSLRฉายวันแรก ที่เป็นการปรับโหมดมาสู่ความสะพรึงกลัวในหนังที่มองพื้นฐานแล้ว บางทีอาจจะรู้สึกซ้ำๆซากๆ กับ “SLR กล้องถ่ายรูป ติด ตาย” แม้กระนั้นขอบอกเอาไว้เลยว่า อย่าพึ่งจะวินิจฉัยหนังจากเพียงแบบอย่างและก็ใบปิดหนังเลย เนื่องจากว่าจะว่าไปแล้วหนังหัวข้อนี้ก็มีอะไรซ่อนเอาไว้ที่ดีมากยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความทะยานอยากไปสุดๆปนอารมณ์ต่างๆเยอะไปหมด แม้กระนั้นก็พอที่จะเป็นหนังผีไทยที่ผิดแผกแล้วก็พอเพียงจะพาไปไหนมาไหนด้วยได้อยู่ SLR กล้องถ่ายรูป ติด ตาย เกิดเรื่องราวของ ดินแดน นิสิตชายหนุ่มแผนกรูปถ่าย ที่สอบธีสิสกับคุณครูเอมมาเป็นปีแล้ว แม้กระนั้นยังไม่ผ่านเสียเชิง จนถึงสุดท้าย คุณครูเอมได้ให้กล้องถ่ายรูป SLR ให้ถ่ายงานที่เหมาะสมที่สุดมาส่ง ดินแดนกำลังจะศึกษาค้นพบว่า มันเป็นบททดลองของกล้องถ่ายภาพซาตาน ซึ่งเขาไม่มีวันหนี นอกเหนือจากที่จะจะต้องเลือกว่าจะเออออห่อหมกมัน หรือจะสู้กับมัน แล้วก็เขากำลังจะลากแฟนรวมทั้งสหายของเขาอย่าง น้ำ แล้วก็ เกรท เข้ามาร่วมชะตาชีวิตอันน่าขนพองสยองเกล้า ซึ่งรายล้อมไปด้วยความตายจากกล้องถ่ายรูปเมืองนรกนี้ด้วย ผลงานประเด็นนี้เป็นฝีมือของ 2 ผู้กำกับชายหนุ่มแบบใหม่ “เลิศเลอศรี บุญมี” กับ “วุฒิชัย สกุลพื้นฟ้า” ที่พวกเขาเกือบจะยังไม่มีชื่ออยู่ในแวดวงภาพยนตร์ไทยหรอก แต่ว่าก็ถือว่าเป็นการเปิดฉากเดบิวต์ผลงานประเด็นนี้ได้ออกจะถูกใจอยู่ในระดับหนึ่ง ด้วยเหตุว่าส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นการปลุกปั้นสนับสนุนของผู้กำกับมือแม่น “โขม ก้องเกียรติยศ” ที่มารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการผลิตรวมทั้งที่ปรึกษาให้กับหนังประเด็นนี้ด้วย เมื่อได้อาจารย์ที่ดี ผลงานออกมาก็เลยออกมาได้ในระดับที่พอเพียงถูๆไถๆไปได้ SLR กล้องถ่ายภาพ ติด ตาย ที่ถ้าเกิดคนไหนกันได้เห็นทีเซอร์ แน่ๆว่าจำเป็นต้องพาให้คิดไปถึงภาพยนตร์ไทยในตำนานอย่าง ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ‘ อะไรราวนั้นใช่ไหม? แม้กระนั้นบอกไว้เลยว่า…หนังหัวข้อนี้ต่างจากแนวทางนั้นอย่างสิ้นเชิง เดินกันคนละทาง แล้วก็มีคอนเซ็ปต์คนละอย่าง เพียงใช้วิชาการถ่ายภาพเข้ามาเป็นส่วนประกอบสำหรับการเดินเรื่องราวต่างๆแบบเดียวกันเพียงเท่านั้น โดยหนังหัวข้อนี้มีจุดสำคัญของเรื่องแล้วก็วัตถุประสงค์ที่ค่อนข้างจะแข็งแรงและก็เด่นชัดดี ถึงบทหนังจะยังคงค่อนสะเปะสะปะ ติดอยู่ที่ปัญหาจุดเดิมๆของภาพยนตร์ไทยที่ยังแก้ไม่หาย บทหนังที่มีจุดสำคัญของเรื่องหนักแน่นดี แต่ว่ายังไม่กลมกล่อมละมุนละไม และก็ใช้กระบวนการเล่าที่ยังไม่มีกิมไม่กลูกเล่นอะไรที่ยั่วยวนใจความพึงพอใจได้มากเท่าใด เพราะว่าดันไปติดกลิ่นความเป็นหนังสยองขวัญทุนต่ำของฝั่งฮอลลิวูดมาคละเคล้าเอาไว้ตามทาง ก็เลยพลอยทำให้หนังเกือบจะ 2 ชั่วโมงหัวข้อนี้ มีจังหวะที่ดีผสมปนเปไปกับจังหวะที่ยังไม่ดี บอกตรงๆเลยว่าหนังหัวข้อนี้ไม่อะไรที่คาดการณ์ได้ยากเลย ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างปูทางรวมทั้งเปิดช่องเอาไว้ให้ผู้ชมกระจ่างแจ้งตั้งแต่ตอนปูเรื่อง พอเพียงจะคาดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นถัดไปไม่ยากเย็นหนัก แต่ว่าการถือเอาข้อความสำคัญความศรัทธาที่ออกจะใฝ่สูง ประหลาดไปจากหนังผีไทยเดิมๆตรงจุดนี้จำต้องสรรเสริญในชาญชัยของหนังประเด็นนี้ เพราะว่านี่บางทีก็อาจจะเป็นหลักสำคัญที่ออกจะไกลตัวคนประเทศไทย รวมทั้งอาจจะก่อให้ผู้ชมไม่รู้จักสึกเชื่อฟังไปด้วย แต่ว่านับว่าผู้ผลิตมีจุดยืนในเจตนานี้ด้วยดี และก็ได้แต่งรสออกมาได้ออกจะแปลกใหม่กับแวดวงภาพยนตร์ไทย แต่ว่ายังปกติไปเสมือนเทียบกับวงการหนังสากล อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้เกิดความรู้สึกถูกใจใน SLR กล้องถ่ายภาพ ติด ตาย ก็น่าจะเป็นส่วนประกอบงานสร้างแล้วก็ออกแบบต่างๆที่ใส่เข้ามาในหนัง โดยยิ่งไปกว่านั้นโปรดักชั่นวางแบบต่างๆอีกทั้งฉากที่รู้สึกประณีตบรรจงแล้วก็ประหลาดตาจากภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆดี การออกแบบมุมกล้องถ่ายภาพรวมทั้งแสงสีที่ใช้หนังประเด็นนี้ ผสมด้วยความเป็นหนังลึกลับอินดี้แบบฝรั่งหน่อยๆเข้าไป เป็นจุดนิดหน่อยที่ช่วยบิ้วท์อารมณ์ผู้ชมได้ออกจะน่าดึงดูด หากว่าจังหวะสำหรับในการเล่าของหนังจะออกจะกระโดดไปๆมาๆ แล้วก็พลอยทำให้อารมณ์ไม่ตลอดอยู่เนืองๆหลายครั้งก็ตาม อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้แล้วว่า กรรมวิธีเล่าในหนัง SLR กล้องถ่ายรูป ติด ตาย ยังไม่ใช่สิ่งที่ชอบส่วนตัวสักเท่าไหร่นัก หนังยังมีจุดขาดๆเกินๆอยู่จำนวนมากเยอะไปหมด ความเพียรพยายามที่จะกระตุกขวัญผู้ชมด้วยมุกเดิมๆบางครั้งอาจจะเป็นการสร้างความน่าเบื่อ หรือความสุดขั้วสำหรับเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราว เป็นที่ยอมรับว่าแทบจะไปได้สุด แต่ว่าก็ยังคิดว่าหนังยังเก้ๆกังๆติดอยู่ระหว่างทางอยู่บ้าง เป็นส่วนประกอบที่โชคร้าย ที่ตรงจุดนี้หนังยังไม่อาจจะซื้อใจไปได้